พฤติกรรมการออมของบุคลากรในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
| dc.contributor.advisor | ศิริพร สัจจานันท์ | |
| dc.contributor.author | รุ่งทิพย์ สันทัดพร้อม | |
| dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ | |
| dc.date.accessioned | 2022-12-28T03:26:05Z | |
| dc.date.available | 2022-12-28T03:26:05Z | |
| dc.date.issued | 2009 | |
| dc.date.issuedBE | 2552 | |
| dc.description.abstract | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) พฤติกรรมและปัจจัยการออมของบุคลากรในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (2) ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของบุคลากรในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร การศึกษาครั้งนี้ได้ทำการวิเคราะห์โดยอาศัยข้อมลปฐมภูมิและทุติยภูมิ โดยข้อมูลปฐมภูมิ รวบรวมจากประชากรในโรงเรียนในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (เฉพาะข้าราชการครูที่ดำรง ตำแหน่งระดับครูผู้ช่วยถึงระดับผู้บริหาร) จำนวน 218 คน โดยการเลือกตัวอย่างแบบสุ่มด้วยเทคนิคสุ่ม ตัวอย่าง โดยการใช้สูตร ของ Yamane ใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เชิงปริมาณ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป วิเคราะห์สมการถดถอยเชิงซ้อน โดยประมาณค่าด้วยวิธีกำลังสองน้อย ที่สุด ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า (1) พฤติกรรมการออมของบุคลากรในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียน ในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ในการออม 3 อันดับแรก เกิดจากความต้องการเพื่อเก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วย/ชรา/ฉุกเฉิน เพื่อเป็นหลักประกันของครอบครัว และเพื่อดอกเบี้ยและเงินปันผล ตามลำดับ รูปแบบการออม 3 อันดับแรก คือ การออมเงินกับสถาบันการเงิน การฝากเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู กทม. การซื้อกรมธรรมประกันชีวิต ตามลำดับ (2) ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการออมของบุคลากรในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการพยากรณ์พฤติกรรมการออมของบุคลกรในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 มี 3 ปัจจัย ซึ่งได้แก่ปัจจัยด้านชื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต มีค่า (6) เท่ากับ 0.318 และมีค่าความน่าจะเป็น Sig = 0.009 ปัจจัยด้านซื้อกองทุนรวม มีค่า (6)= -0.740 และมีค่าความน่าจะเป็น Sig = 0.043 ปัจจัยด้านชื้อทองคำมีค่า (6) เท่ากับ-0.321 และมีค่า ความน่าจะเป็น Sig = 0.029 (3) ปัญหาอุปสรรคในการออมส่วนใหญ่เกิดจากภาระค่าใช้จ่ายสูง | |
| dc.format.mimetype | application/pdf | |
| dc.identifier.uri | https://hdl.handle.net/20.500.14770/4571 | |
| dc.language.iso | tha | |
| dc.publisher | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| dc.rights | Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) | |
| dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| dc.rights.uri | https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ | |
| dc.subject.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. แขนงวิชาเศรษฐศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี | |
| dc.subject.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี | |
| dc.subject.other | การประหยัดและการออม | |
| dc.subject.other | การศึกษาอิสระ--เศรษฐศาสตร์ | |
| dc.title | พฤติกรรมการออมของบุคลากรในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนในสังกัดเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร | |
| dc.title.alternative | Saving behavior of school personnel : a case study of schools in Phasichareon District under Bangkok Metropolitan Administration | |
| dc.type | Independent study | |
| mods.digitalOrigin | Born digital | |
| thesis.degree.discipline | เศรษฐศาสตร์ | |
| thesis.degree.grantor | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| thesis.degree.level | ปริญญาโท | |
| thesis.degree.name | เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต |
