การศึกษาความเต็มใจจ่ายค่าจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน : กรณีศึกษา จังหวัดพังงา

dc.contributor.advisorณรงค์ศักดิ์ ธนวิบูลย์ชัย
dc.contributor.authorสมมุติ ช่วยเทศ
dc.contributor.coadvisorจุไร ทัพวงษ์
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สำนักบัณฑิตศึกษา
dc.date.accessioned2024-02-27T06:19:46Z
dc.date.available2024-02-27T06:19:46Z
dc.date.issued2003
dc.date.issuedBE2546
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเต็มใจที่จะจ่ายและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อค่าความเต็มใจที่จะจ่ายค่าจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน โดยวิธีการประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อมโดยการสมมติเหตุการณ์ให้ประเมินจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 552 คน จากตัวแทนครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบลท้ายเหมือง จำนวน 309 คน และตำบลเหมาะ จำนวน 243 คน ในปี พ.ศ. 2546 ประมาณค่าสัมประสิทธิ์ของฟังก์ชันความน่าจะเป็นด้วยวิธีการภาวะความน่าจะเป็นสูงสุด (Maximum Likelihood Estimation : MLE) ผลการศึกษากรณีที่ไม่มีการคัดแยกประเภทขยะมูลฝอยก่อนทิ้ง พบว่า ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลท้ายเหมืองมีความเต็มใจที่จะจ่ายค่าจัดการขยะมูลฝอยเท่ากับ 38.39 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน มีค่าความเต็มใจที่จะจ่ายรวมของชุมชนเท่ากับ 50,751.58 บาทต่อเดือน ส่วนตำบลเหมาะมีความเต็มใจที่จะจ่ายเท่ากับ 27.05 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน มีค่าความเต็มใจที่จะจ่ายรวมของชุมชน เท่ากับ 16,500.50 บาทต่อเดือน จากการวิเคราะห์แบบจำลอง Logit ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อค่าความเต็มใจที่จะจ่ายได้แก่ ค่าธรรมเนียมจัดการขยะมูลฝอยมีความสัมพันธ์ในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนปัจจัยรายได้เฉลี่ยต่อ 1 เดือนของครัวเรือน ลักษณะการถือครองที่พักอาศัย ปริมาณขยะมูลฝอยที่ครัวเรือนทิ้งต่อวัน ชุมชนและปัจจัยความคิดเห็น มีความสัมพันธ์ในทิศทางบวกอย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และผลการ" ศึกษากรณีที่มีการคัดแยกประเภทขยะมูลฝอยก่อนทิ้งพบว่าประชาชนในเขตเทศบาลท้ายเหมืองมีความเต็มใจที่จะจ่ายค่าจัดการขยะมูลฝอยเท่ากับ 23.11 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน มีค่าความเต็มใจที่จะจ่ายรวมของชุมชนเท่ากับ 30,551.42 บาทต่อเดือน ส่วนตำบลเหมาะมีความเต็มใจที่จะจ่ายเท่ากับ 17.63 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน มีค่าความเต็มใจที่จะจ่ายรวมของชุมชนเท่ากับ 10,754.30 บาทต่อเดือน จากการวิเคราะห์แบบจำลอง Tobit ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อค่าความเต็มใจที่จะจ่าย ได้แก่ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน และปัจจัยชุมชนมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกอย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนปัจจัยลักษณะของที่พักอาศัยมีความสัมพันธ์ในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยและอัตราค่าธรรมเนียมจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนที่เหมาะสม และสอดคล้องกับความเต็มใจที่จะจ่ายของประชาชนในชุมชนได้
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14770/4628
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rightsAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rights.urihttps://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
dc.subject.otherขยะ--การจัดการ--ไทย--พังงา
dc.subject.otherขยะ--ค่าใช้จ่าย
dc.subject.otherการกำจัดของเสีย--ไทย--พังงา
dc.titleการศึกษาความเต็มใจจ่ายค่าจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน : กรณีศึกษา จังหวัดพังงา
dc.title.alternativeA study of willingness to pay for municipal garbage management : a case study of Phang - Nga province
dc.typeThesis
mods.digitalOriginBorn digital
thesis.degree.disciplineเศรษฐศาสตร์
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
82149.pdf
Size:
12.07 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
เอกสารฉบับเต็ม

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
1.73 KB
Format:
Plain Text
Description: