การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของสำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี

dc.contributor.advisorศิริพร สัจจานันท์
dc.contributor.authorกัลยา รักษ์ยอดจิตร
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
dc.date.accessioned2022-12-01T07:59:30Z
dc.date.available2022-12-01T07:59:30Z
dc.date.issued2007
dc.date.issuedBE2550
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาโครงสร้างการจัดเก็บภาษีและแนวโน้มการจัดเก็บภาษีของสำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี (2) เพื่อวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีสรรพากร โดยศึกษาความพยายามในการจัดเก็บภาษีสรรพากรของสำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี (3) เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดเก็บภาษีของเจ้าหน้าที่สรรพากรและลูกจ้างในสังกัด การวิเคราะห์ใช้ข้อมูลปฐมภูมิตามแบบสอบถามเจ้าหน้าที่สรรพากร จำนวน 118 ราย และข้อมูลทุติยภูมิผลการจัดเก็บภาษีอากร ในช่วงปีงบประมาณ 2541-2550 โดยวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน และใช้สูตรค่าดัชนีความพยายามในการจัดเก็บภาษีผลการศึกษาโครงสร้างการจัดเก็บภาษีและแนวโน้มการจัดเก็บภาษี ตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2541-2550 พบว่าการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมีสัดส่วนเฉลี่ยสูงสุด ร้อยละ 35.84 ของผลการจัดเก็บภาษีสรรพากรรวมและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วนการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีสัดส่วนการจัดเก็บเป็นอันดับสอง เฉลี่ยร้อยละ 35.80 และมีแนวโน้มการจัดเก็บลดลง ผลการศึกษาประสิทธิภาพหรือความพยายามในการจัดเก็บภาษีสรรพากร โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าของภาษีที่จัดเก็บได้กับประมาณการภาษีที่จะจัดเก็บ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2541-2550 พบว่ามีค่าพยายามเฉลี่ยเท่ากับ 1 แสดงว่ามีประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีอยู่ในระดับปกติหรือระดับที่ยอมรับได้ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าของภาษีสรรพากร ที่จัดเก็บได้กับผลิตภัถเฑ์มวลรวมรายจังหวัด ระหว่างปี พ.ศ.2541 -2549 พบว่าสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพากรโดยเฉลี่ยเพียง ร้อยละ 1.29 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด ซึ่งนับว่าน้อยกว่าการจัดเก็บของกรมสรรพากรทั้งประเทศ ที่สามารถจัดเก็บได้เฉลี่ย ร้อยละ 11.21 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศผลการศึกษาประสิทธิภาพของการบริหารภาษีอากร โดยดูจากผลการจัดเก็บภาษีอากรเฉลี่ยต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งรายพบว่าจัดเก็บภาษีโดยเฉลี่ยได้ 3.469 ล้านบาท เสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ 5.920 บาท สำหรับภาษีอากรทุกๆ 100 บาท ที่จัดเก็บ และมีต้นทุนจัดเก็บต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน โดยเฉลี่ยเท่ากับ 0.189 ล้านบาท ในขณะที่กรมสรรพากร จัดเก็บภาษีโดยเฉลี่ยได้ 32.809 ล้านบาท เสียค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ 0.668 บาท สำหรับภาษีอากรทุกๆ 100 บาท ที่จัดเก็บและมีต้นทุนจัดเก็บต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน โดยเฉลี่ยเท่ากับ 0.213 ล้านบาท ผลการศึกษาปัญหาและอุปสรรคการจัดเก็บภาษีสรรพากร พบว่าเจ้าหน้าที่มีน้อยไม่เหมาะสมกับปริมาณงาน ผู้เสียภาษีไม่เข้าใจและไม่มีความรู้เรื่องภาษีเท่าที่ควร วัสดุอุปกรณ์มีไม่เพียงพอ ระเบียบ แนวปฏิบัติไม่ชัดเจน เข้าใจยาก บทลงโทษไม่เด็ดขาด อำนาจการประเมินไม่เต็มที่
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14770/4319
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rightsAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rights.urihttps://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. แขนงวิชาเศรษฐศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี
dc.subject.otherการจัดเก็บภาษี--ไทย--อุบลราชธานี
dc.subject.otherการศึกษาอิสระ--เศรษฐศาสตร์
dc.titleการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของสำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี
dc.title.alternativeAnalysis of efficiency in tax collection of Ubon Ratchathani Area Revenue Office
dc.typeIndependent study
mods.digitalOriginBorn digital
thesis.degree.disciplineเศรษฐศาสตร์
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
113094.pdf
Size:
8.21 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
เอกสารฉบับเต็ม

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
1.73 KB
Format:
Plain Text
Description: