สินเชื่อภาคครัวเรือนในจังหวัดบุรีรัมย์
| dc.contributor.advisor | เอกพล หนุ่ยศรี | |
| dc.contributor.author | ประกิจ ยี่หวาวงศ์ | |
| dc.contributor.coadvisor | รัชญ์ ปราบปรปักษ์ | |
| dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สำนักบัณฑิตศึกษา | |
| dc.date.accessioned | 2024-02-29T07:33:41Z | |
| dc.date.available | 2024-02-29T07:33:41Z | |
| dc.date.issued | 2007 | |
| dc.date.issuedBE | 2550 | |
| dc.description | วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2550 | |
| dc.description.abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาลักษณะทั่วไปของครัวเรือนตัวอย่างที่มีหนี้สินในจังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อปริมาณสินเชื่อภาคครัวเรือน และ3) เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการชำระหนี้ภาคครัวเรือน ผลการศึกษาพบว่า 1) ครัวเรือนที่ศึกษามีจำนวน 571 ครัวเรือน มีหนี้สิน หรือคิดเป็นร้อยละ 81.39 สำหรับครัวเรือนที่มีหนี้นั้นพบว่า มีหนี้เฉลี่ย 56,227.44 บาทต่อครัวเรือน แต่เมื่อพิจารณาหนี้เฉลี่ยของครัวเรือนตัวอย่างทั้งหมดพบว่าเท่ากับ 45,734.85 บาทต่อครัวเรือน เมื่อพิจารณาในแง่ของระดับการศึกษาพบว่า ครัวเรือนที่หัวหน้าครัวเรือนจบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี มีหนี้สินมากที่สุดคือเฉลี่ย 241,666.67 บาทต่อครัวเรือน และครัวเรือนที่มีสมาชิก 8 คนเป็นครัวเรือนที่มีหนี้เฉลี่ย สูงสุดคือ 118,571.00 บาทต่อครัวเรือน ในด้านอาชีพครัวเรือนที่รับเงินเดือนประจำ มีหนี้สินมากที่สุดโดยมีหนี้สินเท่ากับ 77,191.84 บาทต่อครัวเรือน และครัวเรือนกลุ่มนี้ยังเป็นครัวเรือนที่มีความสามารถชำระหนี้สูงสุด ครัวเรือนที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไปเป็นครัวเรือนที่มีหนี้ต่ำสุดคือมีหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 21,171.42 บาทต่อครัวเรือนและครัวเรือนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มซึ่งมีความสามารถชำระหนี้ต่ำสุดนอกจากนี้การศึกษายังพบอีกว่าเมื่อครัวเรือนมีจำนวนอาชีพเพิ่มขึ้น จะมีหนี้ลดลง และมีระดับความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น อนึ่งครัวเรือนทั้งหมดมีการกู้จากแหล่งเงินกู้เฉลี่ย1.4แหล่งต่อครัวเรือนและการกู้เงินส่วนใหญ่จะกู้จากญาติพี่น้องคิดเป็นร้อยละ 34.04 ของครัวเรือนตัวอย่างทั้งหมด 2) ปัจจัยที่มีผลต่อหนี้ภาคครัวเรือน เมื่อกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติเท่ากับ 0.05 คือ รายได้ ระดับการศึกษาหัวหน้าครัวเรือน จำนวนแหล่งเงินกู้ และเพศของหัวหน้าครัวเรือน ซึ่งตัวแปรต่างๆเหล่านี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของปริมาณหนี้ได้ร้อยละ 25.7 3) ปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ภาคครัวเรือน เมื่อกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ เท่ากับ 0.05 ประกอบด้วยปัจจัยที่มีความสำคัญสูงสุดตามลำดับดังนี้ รายได้ รายจ่าย และเงินออม ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการชำระหนี้ภาคครัวเรือนในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ร้อยละ 66.5 | |
| dc.format.mimetype | application/pdf | |
| dc.identifier.uri | https://hdl.handle.net/20.500.14770/4723 | |
| dc.language.iso | tha | |
| dc.publisher | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| dc.rights | Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) | |
| dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| dc.rights.uri | https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ | |
| dc.subject.other | สินเชื่อเกษตร--ไทย--บุรีรัมย์ | |
| dc.subject.other | หนี้--ไทย--บุรีรัมย์ | |
| dc.title | สินเชื่อภาคครัวเรือนในจังหวัดบุรีรัมย์ | |
| dc.title.alternative | Family credit in Burirum Province | |
| dc.type | Thesis | |
| mods.digitalOrigin | Born digital | |
| thesis.degree.discipline | เศรษฐศาสตร์ | |
| thesis.degree.grantor | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| thesis.degree.level | ปริญญาโท | |
| thesis.degree.name | เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต |
