การกำหนดรูปแบบของการบริหารพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
| dc.contributor.advisor | วิกรณ์ รักษ์ปวงชน | |
| dc.contributor.author | สุวิทย์ นาคเป้า | |
| dc.contributor.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชานิติศาสตร์ | |
| dc.date.accessioned | 2023-03-17T07:48:42Z | |
| dc.date.available | 2023-03-17T07:48:42Z | |
| dc.date.issued | 2011 | |
| dc.date.issuedBE | 2554 | |
| dc.description.abstract | ในการศึกษาวิจัยเรื่องการกำหนดรูปแบบของการบริหารพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงแนวความคิดเกี่ยวกับการกระจายอำนาจปกครองและเขตปกครองพิเศษเพื่อศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบการบริหารพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และร่างกฎหมายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนซึ่งเสนอโดยนักวิชาการและนักการเมืองรวมทั้งรัฐบาลและรูปแบบการปกครองในเขตปกครองพิเศษของต่างประเทศ ได้แก่ สเปน ฟินแลนด์ ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำเสนอรูปแบบการปกครองและบริหารพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ทั้งนี้ การบริหารพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันต้องประสบปัญหาการก่อความไม่สงบและมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงขึ้นทุกขณะในปัจจุบันการบริหารพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 โดยมีศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้บริหาร แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบได้ รัฐบาลได้ระดมทั้งกำลังพลและงบประมาณในการแก้ไขปัญหาแต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ ทั้งนี้ เนื่องมาจากประการแรก การกำหนดนโยบายยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน ศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ประการที่สอง สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้มิได้มาจากคนท้องถิ่นทั้งนี้ หากพิจารณา แก้ไขปัญหาชนกลุ่มน้อยที่มีศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มีความแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ของประเทศของต่างประเทศ ได้แก่ สเปน ฟินแลนด์ ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเห็นได้ว่าประเทศเหล่านี้ได้ให้สิทธิคนกลุ่มน้อยปกครองตนเองโดยมีข้อจำกัดบางประการในเรื่องความมั่นคงและต่างประเทศรวมทั้งระบบศาลซึ่งประเทศไทยสามารถนำเอาประสบการณ์ของต่างประเทศมาศึกษาเพื่อนำมาแก้ไขก่อนที่จะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยผู้วิจัยเห็นว่าสมควรมีการตรากฎหมายจัดตั้งเขตพื้นที่พิเศษเพื่อให้ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถปกครองตนเองโดยกฎหมายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิต อัตตลักษณ์ และการนับถือศาสนาอิสลาม โดยการกำหนดให้ผู้ว่าการนคร สภานคร และสภาที่ปรึกษา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ | |
| dc.format.mimetype | application/pdf | |
| dc.identifier.uri | https://hdl.handle.net/20.500.14770/8757 | |
| dc.language.iso | tha | |
| dc.publisher | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| dc.rights | Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) | |
| dc.rights.holder | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| dc.rights.uri | https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ | |
| dc.subject.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชานิติศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี | |
| dc.subject.other | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิชาเอกกฎหมายมหาชน--การศึกษาเฉพาะกรณี | |
| dc.subject.other | การก่อความไม่สงบ--ไทย (ภาคใต้) | |
| dc.subject.other | การศึกษาอิสระ--นิติศาสตร์ | |
| dc.title | การกำหนดรูปแบบของการบริหารพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ | |
| dc.title.alternative | Establishing the form of the administration of three southern provinces | |
| dc.type | Independent study | |
| mods.digitalOrigin | Born digital | |
| thesis.degree.discipline | นิติศาสตร์ | |
| thesis.degree.grantor | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | |
| thesis.degree.level | ปริญญาโท | |
| thesis.degree.name | นิติศาสตรมหาบัณฑิต |
