การประเมินผลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมจากการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรบนพื้นที่ลาดชัน
0
0
Files
Issued Date
2006
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Suggested Citation
ดุษฎี รังษีพลาสวัสดิ์ (2006). การประเมินผลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมจากการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรบนพื้นที่ลาดชัน. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14770/4692
Alternative Title(s)
An analysis of the economic, social and environmental impacts from agricultural land utilization in the upland area in the Northern Region of Thailand
Author(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
วัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้ คือ 1) เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติของเกษตรกรที่ทำการเกษตรตามระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเกษตรกรเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าชาวเขา 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพของชุมชนในเขตพื้นที่ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ภายใต้ความรับผิดชอบหลักของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น และกลุ่มที่ไม่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจทำระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำของเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่ทำการเกษตร และ 3) เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบผลตอบแทนหรือรายได้สุทธิทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรระหว่างเกษตรกร 2 กลุ่มเป้าหมาย เครื่องมือที่ใช้ศึกษาเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง โดยทำการวิเคราะห์ผลของข้อมูลในเชิงพรรณนา ตามหลักสถิติและทำการวิเคราะห์ผลในเชิงปริมาณ โดยใช้แบบจำลอง Multinomial Logit Model เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกรในการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ ผลจากการศึกษา พบว่า เกษตรกรเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่ม มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยมีปัจจัยในขนาดพื้นที่ถือครองและค่าใช้จ่ายเงินสดทางการเกษตรเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทำระบบอนุรักษ์ของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนั้นผลการวิเคราะห์ ยังพบว่า โอกาสที่ผู้หญิงใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำจะมีสูงกว่าผู้ชาย และเมื่อเปรียบเทียบรายได้ของเกษตรกรแล้ว ปรากฏว่า เกษตรกรกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการ จะมีรายได้สุทธิในรูปเงินสดสูงกว่าเกษตรกรที่ไม่เข้าร่วมโครงการอยู่ร้อยละ 17.81 แต่เนื่องจากการมีรายจ่ายในศรัวเรือนต่อปีที่ค่อนข้างสูง ทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมโครงการ มีรายได้สุทธิรวมทั้งจากในและนอกฟาร์มติดลบ เป็นจำนวน -19,695.19 บาท และ -18,085.96 บาท ตามลำดับ อีกทั้ง ยังพบว่า เกษตรกรเป้าหมายมีภาระหนี้สินต่อครัวเรือนเป็นจำนวนค่อนข้างสูง จากผลการศึกษาที่ได้ นำไปสู่ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการใช้ประโยชน์พื้นที่ลาดชันให้หน่วยงานและองค์กรที่รับผิดชอบ กล่าวคือ 1) การพัฒนาอาชีพเกษตรกร ควรมุ่งเน้นการผลิตที่สมดุลเพื่อการยังชีพและความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากการพัฒนาอาชีพที่มุ่งรายได้เพิ่มขึ้น หากแต่การส่งเสริมไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นจริง เพราะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตไปในเชิงพาณิชย์ ทำให้การผลิตเพื่อการบริโภคในครัวเรือนลดลง เกษตรกรจำเป็นต้องนำรายได้มาใช้เพื่อการบริโภคในครัวเรือนเพิ่มขึ้นอีกด้วย 2) การส่งเสริมให้เกษตรกรทำระบบการอนุรักษ์เพิ่มขึ้น ควรพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อโอกาสการตัดสินใจของเกษตรกรประกอบการขยายผลด้วย และ 3) ควรพิจารณาวิธีการหนุนเสริมให้เกษตรกรรักษาทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ทำการเกษตรควบคู่กันไป
Description
วิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2549
Degree Name
เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Discipline
เศรษฐศาสตร์
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Subject(s)
View online Resources
Collections
Endorsement
Review
Supplemented By
Referenced By
Creative Commons license
Except where otherwised noted, this item's license is described as Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)

