การนำภาษีสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการแก้ปัญหามลพิษทางน้ำในภาคอุตสาหกรรม : กรณีศึกษาจังหวัดปทุมธานี

dc.contributor.advisorอรพรรณ ศรีเสาวลักษณ์
dc.contributor.authorธิติยา พิณพาทย์
dc.contributor.coadvisorชมพูนุท โกสลากร เพิ่มพูนวิวัฒน์
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สำนักบัณฑิตศึกษา
dc.date.accessioned2024-03-01T02:51:44Z
dc.date.available2024-03-01T02:51:44Z
dc.date.issued2008
dc.date.issuedBE2551
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ศ.ม. (เศรษฐศาสตร์))--มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2551
dc.description.abstractในปัจจุบันปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาในด้านทรัพยากรน้ำ รัฐจึงมีนโยบายที่จะนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เช่น การจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการแก้ปัญหาการปล่อยมลพิษทางน้ำกับโรงงานอุตสาหกรรมผู้ปล่อยมลพิษ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ก่อมลพิษลดการก่อมลพิษและต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่าย จึงเป็นที่มาของการศึกษานี้เพื่อที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติของผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายที่จะเก็บภาษีมลพิษทางน้ำ โดยได้เลือกจังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่ กรณีศึกษาเนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก และมีจำนวนหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณริมน้ำการศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบนโยบายเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมของกระทรวงการคลัง 2) ทบทวนประสบการณ์การจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากกรณีน้ำเสียของต่างประเทศ และ 3) ประเมินรายได้จากการจัดเก็บภาษีรวมถึงทัศนคติของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่มีต่อการจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษทางน้ำผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการใน การเสียภาษีเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่เห็นด้วยกับอัตราภาษีที่จัดเก็บ และในส่วนของการประเมินรายได้จากการจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษทางน้ำตามแนวทางในร่างกฎหมายของกระทรวงการคลัง สำหรับโรงงานขนาดใหญ่การจัดเก็บภาษีใช้อัตราแปรผันตามปริมาณน้ำทิ้งซึ่งมาตรฐานของน้ำทิ้งที่ปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะอาจจะไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด และมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว แต่ในกระบวนการผลิตมีปริมาณการใช้น้ำเป็นจำนวนมาก ปริมาณน้ำทิ้งจึงมีมาก จำนวนภาษีที่จะต้องเสียก็จะมีจำนวนมากตามไปด้วย ส่วนในโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กการจัดเก็บภาษีในอัตราคงที่ก็มีความสะดวกและคำนวณง่าย สำหรับรายได้จากการจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษทางน้ำที่คำนวณได้รวมทั้งสิ้นเท่ากับ 16.189 ล้านบาท จากโรงงานขนาดเล็กจำนวน 5.835 ล้านบาท จากโรงงานขนาดกลางจำนวน 3.520 ล้านบาท จากโรงงานขนาดใหญ่จำนวน 6.834 ล้านบาท
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14770/4633
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rightsAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rights.urihttps://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
dc.subject.otherมลพิษทางน้ำ--ไทย--ปทุมธานี
dc.subject.otherค่าธรรมเนียมสิ่งแวดล้อม
dc.subject.otherการจัดการคุณภาพน้ำ
dc.titleการนำภาษีสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการแก้ปัญหามลพิษทางน้ำในภาคอุตสาหกรรม : กรณีศึกษาจังหวัดปทุมธานี
dc.title.alternativeEnvironment taxation in managing water pollution problem for industrial sector : a case study of Pathum Thani Province
dc.typeThesis
mods.digitalOriginBorn digital
thesis.degree.disciplineเศรษฐศาสตร์
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
110001.pdf
Size:
6.11 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
เอกสารฉบับเต็ม

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
1.73 KB
Format:
Plain Text
Description: