ภาวะการมีงานทำของบัณฑิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2551

dc.contributor.advisorอรรณพ จีนะวัฒน์, อาจารย์ที่ปรึกษา
dc.contributor.authorนาฏยา เวียงนนท์
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์
dc.date.accessioned2023-06-28T09:22:59Z
dc.date.available2023-06-28T09:22:59Z
dc.date.issued2009
dc.date.issuedBE2552
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ประถมศึกษา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 และเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้นําการเปลี่ยนแปลง ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 จําแนกตามประสบการณ์ ในตําแหน่ง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 จํานวน 62 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลจําแนกเป็นผู้อํานวยการโรงเรียน รองผู้อํานวยการ โรงเรียน/ครูวิชาการ และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จํานวนทั้งสิ้น 620 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้มาโดย กําหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ Krejcie และ Morgan จํานวน 248 คน แบ่งเป็นผู้ให้ข้อมูล โรงเรียนละ 4 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) สําหรับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้อํานวยการ โรงเรียน จํานวน 62 คน รองผู้อํานวยการโรงเรียน/ครูวิชาการ จํานวน 62 คน ส่วนหัวหน้ากลุ่มสาระการ เรียนรู้ โดยการสุ่มอย่างง่าย โรงเรียนละ 2 คน จํานวน 124 คน รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้นจํานวน 248 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมีค่าความเที่ยงระหว่าง 60-1 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวน ผลการวิจัย พบว่า (1) พฤติกรรมผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 โดยรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลําดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ด้าน การสร้างแรงบันดาลใจ ด้านการคํานึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล และด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา ตามลําดับ (2) การเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 จําแนกตามประสบการณ์ในตําแหน่ง โดยรวม พบว่า มีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการกระตุ้นการ ใช้ปัญญา และด้านการคํานึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14770/5853
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rightsAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rights.urihttps://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ -- การศึกษาเฉพาะกรณี
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. แขนงวิชาบริหารการศึกษา -- การศึกษาเฉพาะกรณี
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. คณะวนศาสตร์ -- บัณฑิต -- การจ้างงาน
dc.subject.otherบัณฑิต -- การจ้างงาน
dc.subject.otherการศึกษาอิสระ -- บริหารการศึกษา
dc.titleภาวะการมีงานทำของบัณฑิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2551
dc.title.alternativeThe employment conditions of graduates of the faculty of forestry, Kasetsart University in 2008 Academic Year
dc.typeIndependent study
mods.digitalOriginBorn digital
thesis.degree.disciplineศึกษาศาสตร์
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
fulltext_130407.pdf
Size:
3.03 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
เอกสารฉบับเต็ม

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
1.73 KB
Format:
Plain Text
Description: