ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังโรคเบาหวานของอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

dc.contributor.advisorช่อทิพย์ บรมธนรัตน์
dc.contributor.authorศันสนีย์ รัศมี
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
dc.date.accessioned2024-07-11T02:34:28Z
dc.date.available2024-07-11T02:34:28Z
dc.date.issued2007
dc.date.issuedBE2550
dc.description.abstractการศึกษาเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) คุณลักษณะประชากรของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) (2) ระดับความรู้เรื่องโรคเบาหวาน (3) ระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน (4) ระดับการมีส่วนร่วมของ อสส.(5) ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะประชากร ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน และแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน กับการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังโรคเบาหวานของอาสาสมัครสาธารณสุข ในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร และ (6) ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ อสส.เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จำนวน 222 คน โดย ใช้วิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ ได้ขนาดตัวอย่างจำนวน 143 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามที่มีค่าความเที่ยง 0.80 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลคือสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า (1) คุณลักษณะประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 50.23 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา อาชีพเป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน มีรายได้เฉลี่ย 9,156.92 บาท ประสบการณ์การทำงาน 5.50 ปี และเคยได้รับการอบรมเรื่องโรคเบาหวาน (2) มีความรู้เรื่องโรคเบาหวานอยู่ในระดับสูง (3) แรงจูงใจในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับสูง (4) การมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังโรคเบาหวาน อยู่ในระดับสูง (5) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วม ในการเฝ้าระวังโรคเบาหวานของอาสาสมัครสาธารณสุข คือ คุณลักษณะประชากรด้านสถานภาพสมรสมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 อายุ มีความสัมพันธ์ในระดับน้อยอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ส่วนแรงจูงใจในการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (6) ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเฝ้าระวังโรคเบาหวานของ อสส. ได้แก่ ขาดอุปกรณ์ในการดำเนินงานคัดกรอง โรคเบาหวาน ประชาชนในชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ และเอกสารความรู้เรื่องโรคเบาหวานไม่เพียงพอข้อเสนอแนะ คือ ควรสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานคัดกรองโรคเบาหวาน เจ้าหน้าที่ควรออกพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข และควรสนับสนุนเอกสารความรู้เรื่อง โรคเบาหวานให้เพียงพอข้อเสนอแนะจากการศึกษา คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบควรพัฒนาศักยภาพของ อสส. ด้านการมีส่วนร่วมคิดร่วมประเมินผล เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างแรงจูงใจให้แก่ อสส. โดยการยกย่องชมเชย สนับสนุนให้รางวัล ตลอดจนจัดทำเกียรติบัตรเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14770/7803
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rightsAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rights.urihttps://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ--การศึกษาเฉพาะกรณี
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. แขนงวิชาสาธารณสุขศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี
dc.subject.otherอาสาสมัครสาธารณสุข--ไทย--กรุงเทพฯ
dc.subject.otherการเฝ้าระวังโรค--การมีส่วนร่วมของประชาชน
dc.titleปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังโรคเบาหวานของอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
dc.title.alternativeFactors related to community participation in diabetes mellitus surveillance of health volunteers in Suanlaung District, Bangkok Metropolitan Administration
dc.typeIndependent study
mods.digitalOriginReformatted digital
thesis.degree.disciplineวิทยาศาสตร์สุขภาพ
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
fulltext_125714.pdf
Size:
5.64 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
เอกสารฉบับเต็ม

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
1.73 KB
Format:
Plain Text
Description: