ทางเลือกเพื่อกระจายการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินของลูกค้าเงินฝากธนาคารไทยธนาคาร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีผลบังคับใช้
0
0
Issued Date
2008
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Suggested Citation
พรทิพา โตวิชัย (2008). ทางเลือกเพื่อกระจายการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินของลูกค้าเงินฝากธนาคารไทยธนาคาร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีผลบังคับใช้. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14770/7949
Alternative Title(s)
Alternatives for investment diversification in financial products of Bank Thai's depositor customer in Prachaupkirikhun Province after enforcement of the deposit protection institution act
Author(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) หลักการของ พ.ร.บ. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก 2) การรับรู้ของผู้ฝากเงินเกี่ยวกับข้อมูลของ พ.ร.บ. 3)ผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน 3 ประเภท ได้แก่ กองทุนรวมการประกันชีวิต และตั๋วแลกเงิน พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อแตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์กับเงินฝาก 4) การรับรู้ของผู้ฝากเงินเกี่ยวกับข้อมูลของผลิตภัณฑ์ทางการเงินดังกล่าว 5) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการลงทุน 6) รูปแบบการลงทุนที่ผู้ฝากเงินต้องการในภาวะที่ผลตอบแทน ความเสี่ยง ระยะเวลาการลงทุน สภาพคล่องแตกต่างกันและหาความสัมพันธ์ของลักษณะทางประชากรศาสตร์กับรูปแบบการลงทุนที่ต้องการวิธีการดำเนินการศึกษาเริ่มทำการเก็บข้อมูลทุติภูมิเกี่ยวกับ พ.ร.บ. เละผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และเก็บข้อมูลปฐมภูมิโดยการออกแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ฝากเงินของธนาคาร ไทยธนาคาร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มียอดเงินฝากรวมทุกบัญชีตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป จำนวน 100 คน แล้วนำมาประมวลผล ใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานไคล์สแควร์ แล้วนำเสนอในรูปตารางและสรุปผลข้อมูลผลการศึกษาพบว่า 1) หลักการของ พ.ร.บ. จัดตั้งขึ้นเพื่อจ่ายเงินคืนแก่ผู้ฝากเงินที่เป็นเงินฝากภายในประเทศและเป็นสกุลเงินบาท โดยไม่ต้องรอขั้นตอนการชำระบัญชีกรณีสถาบันการเงินถูกปิดกิจการ การกำหนดวงเงินคุ้มครอง ปีที่ 1-3 เต็มจำนวน ปีที่ 4 จำนวน 50 ล้านบาท และปีที่ 5 เป็นต้นไป 1 ล้านบาทต่อคนต่อสถาบันการเงิน 2) ผู้ฝากเงินรับทราบว่ามีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2551 แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 61 จะไม่ทราบข้อมูลที่ถูกต้องในเรื่องวงเงินและหลักเกณฑ์ที่ได้รับความคุ้มครอง 3) การเปรียบเทียบผลตอบแทน กองทุนรวมและตั๋วแลกเงินจะมากกว่าเงินฝากร้อยละ 0.25-0.50 ยกเว้นการประกันชีวิตที่น้อยกว่าเงินฝากแต่ได้รับความคุ้มครองชีวิต 4) การรับรู้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีค่าเฉลี่ย 7.45 คะแนนจากคะแนนเต็ม 15 คะแนน ข้อมูลที่รับรู้มากที่สุดได้แก่ กองทุนรวมการประกันชีวิต และตั๋วแลกเงิน ตามลำดับ 5) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุนมากที่สุดเป็นเรื่องอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับ รองลงมาเป็นความเสี่ยงของแต่ละทางเลือก ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจมาจากการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ๑ รูปแบบการลงทุนส่วนใหญ่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากภายในระยะเวล1 3 เดือน ต้องการความเสี่ยงต่ำจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าตราสารหนี้หรือตราสารทุน เป้าหมายการเก็บออมเพื่อใช้หลังเกษียณระยะเวลา 11-15 ปี การลงทุนที่จะต้องใช้เงินก่อนครบกำหนดต้องการแบบที่ใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ รูปแบบการลงทุนมีความสัมพันธ์กับลักษณะทางประชากรศาตร์ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 87 มีอายุ 41 ปีขึ้นไป โดยเพศชายจะเลือกลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและระยะเวลาเก็บออมระหว่าง 6-20 ปี ซึ่งนานกว่าเพศหญิง กลุ่มที่มีอายุน้อยจะเลือกระยะเวลาเก็บ
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Discipline
วิทยาศาสตร์สุขภาพ
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
View online Resources
Collections
Endorsement
Review
Supplemented By
Referenced By
Creative Commons license
Except where otherwised noted, this item's license is described as Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)

