อุปสงค์ต่อการบริการทางการแพทย์โรคเบาหวาน : กรณีศึกษาโรงพยาบาลห้วยพลู จังหวัดนครปฐม

dc.contributor.advisorศิริพร สัจจานันท์
dc.contributor.authorแรกขวัญ สระวาสี
dc.contributor.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
dc.date.accessioned2022-12-28T02:39:57Z
dc.date.available2022-12-28T02:39:57Z
dc.date.issued2009
dc.date.issuedBE2552
dc.description.abstractการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะทั่วไปของผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์โรคเบาหวานของโรงพยาบาลห้วยพลู จังหวัดนครปฐม 2) ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อความต้องการการเข้ารับบริการทางการแพทย์โรคเบาหวาน 3) ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์บริการทางการแพทย์โรคเบาหวานต่อรายได้ และต่อค่าใช้จ่ายบริการทางการแพทย์โรคเบาหวานการศึกษาครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลใช้การสัมภาษณ์ โดยใช้แบบสอบถามผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์โรคเบาหวาน แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลห้วยพลู จำนวนทั้งสิ้น 210 ตัวอย่าง ด้วยการสุ่ม แบบมีจุดมุ่งหมายในแผนกผู้ป่วยนอก และเข้ารับบริการช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรฌา อธิบายลักษณะทั่วไปของผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์และใช้สมการถดถอยวิเคราะห์ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการบริการทางการแพทย์โรคเบาหวาน และค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ผลการศึกษาพบว่า I) ผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์โรคเบาหวานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ รายได้เฉลี่ยครัวเรือนละประมาณ 72,000 บาทต่อปี ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เฉลี่ยครัวเรือนละไม่เกิน 3,500 บาทต่อปี ผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่มีสวัสดิการการรักษาพยาบาลของภาครัฐ 2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการบริการทางการแพทย์โรคเบาหวานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0-05 มี 1 ปัจจัย คือ ปัจจัยรายได้เฉลี่ยต่อปืของครัวเรือนมีค่าสัมประสิทธิ์ เท่ากับ -0.000020 และมีค่าความน่าจะเป็น Sig = 0.0436 ที่ระดับ 0.01 มี 4 ปัจจัยได้แก่ปัจจัยค่าใช้จ่ายของบริการทางการแพทย์โรคเบาหวานสัมประสิทธิ์เท่ากับ 0.0018 และมีค่าความน่าจะเป็น Sig = 0.0000 ปัจจัยสวัสดิการโครงการบัตรประกันสังคม มีค่าสัมประสิทธิ์ เท่ากับ -10.9908 และมีค่าความน่าจะเป็น Sig = 0.0042 ปัจจัยโครงการบัตรประกันสุขภาพ ถ้วนหน้ามีค่าสัมประสิทธิ์ เท่ากับ -11.0396 และมีค่าความน่าจะเป็น Sig = 0.0001 และปัจจัยการเบิกค่า รักษาพยาบาลของทายาทมีค่าสัมประสิทธิ์ เท่ากับ -10.5386 และมีค่าความน่าจะเป็น Sig = 0.0002 3) ค่า ความยืดหยุ่นอุปสงค์ต่อรายได้เฉลี่ยต่อปีของครัวเรือนมีค่า เท่ากับ -0.2109 แสดงถึง บริการทางการแพทย์โรคเบาหวานมีลักษณะเป็นสินค้าด้อย และค่าความยืดหยุ่นอุปสงค์ต่อค่าใช้จ่ายของการรับบริการทางการแพทย์โรคเบาหวานมีค่า เท่ากับ 0.8134 ซึ่งค่าความยืดหยุ่นอุปสงค์ต่อค่าใช้จ่ายของสินค้ามีความ ยืดหยุ่นน้อย แสดงว่าความต้องการบริการทางการแพทย์โรคเบาหวานเป็นสินค้าจำเป็น
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14770/4312
dc.language.isotha
dc.publisherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rightsAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
dc.rights.holderมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
dc.rights.urihttps://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี
dc.subject.otherมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. แขนงวิชาเศรษฐศาสตร์--การศึกษาเฉพาะกรณี
dc.subject.otherเบาหวาน--การรักษา
dc.subject.otherการศึกษาอิสระ--เศรษฐศาสตร์
dc.subject.otherเบาหวาน--ผู้ป่วย--การดูแล
dc.titleอุปสงค์ต่อการบริการทางการแพทย์โรคเบาหวาน : กรณีศึกษาโรงพยาบาลห้วยพลู จังหวัดนครปฐม
dc.title.alternativeDemand for diabetics medical services : case study of Huayploo Hospital, Nakornprathom Province
dc.typeIndependent study
mods.digitalOriginBorn digital
thesis.degree.disciplineเศรษฐศาสตร์
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
129463.pdf
Size:
3.62 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
Description:
เอกสารฉบับเต็ม

License bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
license.txt
Size:
1.73 KB
Format:
Plain Text
Description: