ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
0
0
Issued Date
2009
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Suggested Citation
อรวรรณ เพชรน้อย (2009). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14770/7896
Alternative Title(s)
Factors related to the level of quality improvement of community hospitals, Nakhon Sri Thammarat Province
Author(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 52 บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ มีนโยบายผลักดันให้ทุกโรงพยาบาลผ่านการรับรองคุณภาพเพื่อเป็นหลักประกัน ความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้มาใช้บริการจากโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับนโยบายการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล และมีการดำเนินงานคุณภาพบริการในโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดนครศรีธรรมราช (2) ข้อมูลทั่วไปของโรงพยาบาล ปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล การจัดการองค์การตามทฤษฎีระบบ และการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลตามหลักของเคมมิ่ง และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล การจัดการองค์การ และการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพ กับระดับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่าง คือผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน ในจังหวัคนครศรีธรรมราช 18 แห่ง จำนวน 600 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่มีความเที่ยง 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบไครัสแควร์ และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบสเบียร์แมน ผลการวิจัยพบว่า (1) ระดับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่วนใหญ่ผ่านการประเมินขั้นที่ 2 ร้อยละ 50 รองลงมาผ่านเกณฑ์ขั้นที่ 1 ร้อยละ 38 และขั้นที่ 3 ร้อยละ 11.10 ตามลำดับ (2) ข้อมูลทั่วไปของโรงพยาบาล พบว่าขนาดโรงพยาบาลส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาล 30 เตียง ระยะเวลาดำเนินการพัฒนาคุณภาพเฉลี่ย 8.06 ปี จำนวนบุคลากรเฉลี่ย 178.61 คน อายุเฉลี่ยของบุคลากร 35.47 ปี อายุราชการเฉลี่ย 11.21 ปี อัตราการครองเตียงมากกว่าร้อยละ 70 การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาคุณภาพมากว่าร้อยละ 2 คุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 25-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาศรี ตำแหน่งพยาบาล เป็นผู้ปฏิบัติงาน มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปี ปัจจัยด้านการจัดการองค์กรตามทฤษฎีระบบในภาพรวม และรายด้านอยู่ระดับมาก และปัจจัยการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลตามหลักของเคมมิ่งในภาพรวม และรายด้านส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ยกเว้นข้อที่ 6, 12 และ 13 อยู่ระดับปานกลาง (3) ปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 คือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา การจัดการองค์กรตามทฤษฎีระบบในภาพรวม และรายด้านทุกด้าน และการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพตามหลักของเคมมิ่งในภาพรวม และรายด้านเกือบทุกด้าน ยกเว้นข้อที่ 4 และข้อที่ 9 ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ คือผู้บริหารและบุคลากรทุกคนควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยนำแนวคิดการจัดการองค์กรตามทฤษฎีระบบและการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพตามหลักการของเคมมิ่งมาใช้ รวมทั้งควรมีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลเป็นหน่วยงานพิเศษขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีผู้รับผิดชอบ งานหลักอยู่ประจำศูนย์ฯ และสนับสนุนงบประมาณอย่างเหมาะสม
Degree Name
สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Discipline
วิทยาศาสตร์สุขภาพ
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
View online Resources
Collections
Endorsement
Review
Supplemented By
Referenced By
Creative Commons license
Except where otherwised noted, this item's license is described as Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)

