การจัดการแปลงหม่อนเพื่อการเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมของเกษตรกร จังหวัดพิษณุโลก
0
0
Files
Issued Date
2013
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Suggested Citation
สุพัฒตรา วังกาวรรณ์ (2013). การจัดการแปลงหม่อนเพื่อการเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมของเกษตรกร จังหวัดพิษณุโลก. doi:10.14457/STOU.the.2013.47 สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14770/3354
Alternative Title(s)
Mulberry plantation management for industrial sericulture by farmers in Phitsanulok Province
Author(s)
Other Contributor(s)
Abstract
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยทางด้านสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม 2) การจัดการแปลงหม่อนเพื่อการเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมของเกษตรกร 3) ปัญหาและข้อเสนอแนะในการจัดการแปลงหม่อนของเกษตรกร ผลการวิจัยพบว่า 1) เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่ให้ข้อมูลเป็นหญิงและชายในอัตราส่วนใกล้เคียงกัน อายุเฉลี่ย 45.68 ปี มีครอบครัวขนาดปานกลาง และเป็นคนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และเป็นสมาชิกกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เกษตรกรมีอาชีพหลักคือปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รายได้ของเกษตรกรมาจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ใช้แรงงานภายในครอบครัวและส่วนน้อยมีการจ้างแรงงานในช่วงไหมสุก พื้นที่ในการปลูกหม่อนเฉลี่ย 10.47 ไร่ การใช้น้าจากอาศัยน้าฝนเพียงอย่างเดียว พันธุ์หม่อนที่ปลูกคือพันธุ์สกลนคร ได้รับมาจากบริษัทเอกชน เกษตรกรมีการใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ มีการตัดแต่งกิ่งหม่อน โรคที่สาคัญคือโรคราแป้ง แมลงที่สาคัญคือแมลงหวี่ขาว เกษตรกรไม่มีการป้องกันกาจัดโรคและแมลง ยกเว้นการกาจัดวัชพืชโดยใช้สารเคมี จานวนรุ่นการเลี้ยงไหมเฉลี่ย 6.72 รุ่น/ปี เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องการจัดการแปลงหม่อนเพื่อการเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม และได้รับการอบรมในเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเฉลี่ย 1.35 ครั้งต่อปี 2) เกษตรกรปฏิบัติตามหลักวิชาการในการเตรียมพันธุ์หม่อน วิธีการปลูก การไถพรวน การใส่ปุ๋ยคอก การใส่ปุ๋ยเคมี การตัดแต่งกิ่งหม่อน และการกาจัดวัชพืช เกษตรกรไม่ปฏิบัติตามหลักวิชาการในเรื่องการให้น้า เนื่องจากไม่มีแหล่งน้าที่จะนามาใช้ในการรดหม่อน และสภาพพื้นที่บางแห่งเป็นพื้นที่เชิงเขาค่อนข้างลาดชัน และการป้องกันกาจัดโรค นอกจากนี้ยังไม่กาจัดแมลงศัตรูหม่อน เนื่องจากจะมีผลเสียหรืออันตรายต่อหนอนไหม และเกษตรกรบางรายไม่เคยพบการระบาดของโรคและแมลงศัตรูหม่อน 3) เกษตรกรมีความคิดเห็นเกี่ยวกับความรุนแรงของปัญหาในเรื่องปุ๋ยเคมีและสารเคมีกาจัดวัชพืชที่มีราคาแพงมากที่สุด เพราะทาให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ เกษตรกรมีปัญหาในเรื่องราคารังไหมที่ไม่แน่นอน ข้อเสนอแนะคือ เกษตรกรต้องการพันธุ์หม่อนที่ทนแล้ง และความช่วยเหลือจากภาครัฐในเรื่องแหล่งน้าและเทคโนโลยีในการป้องกันกาจัดโรคและแมลงที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวไหม
Description
วิทยานิพนธ์ (กษ.ม. (การจัดการการเกษตร))--มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2556
Degree Name
เกษตรศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Discipline
เกษตรศาสตร์และสหกรณ์
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
Collections
Endorsement
Review
Supplemented By
Referenced By
Creative Commons license
Except where otherwised noted, this item's license is described as Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)

